พนันฟุตบอลโลก ผ่านบัตรเครดิต

สำหรับผู้ที่มีรายได้ ไม่เดือดร้อนทางบ้าน หากท่านต้องการลุ้นสบายๆอยู่ที่บ้าน และ ได้แน่นอนปลอดภัย วันนี้เราขอแนะนำี และ มีให้เลือกลุ้นหลายประเภท ได้แก่ ฟุตบอล เทนนิส บาส และอื่นๆอีกมากมาย ทางเราจะแนะนำวิธีการสมัครและขั้นตอนการใช้งานมาดูนะครับเผื่อๆหลายท่านจะสนใจ ทำตามนี้ได้เลยครับ วางบอลผ่านเน็ต

สนใจสมัครคลิกที่นี่

1.เข้าไปที่ ladbrokes ( กดที่คำว่าสมัครที่นี่ได้เลย )

  เลือกภาษาไทย และ เลือก sport หรือ กีฬาเพื่อทำการเดิมพัน ฟุตบอลโลก

2.ท่านจะเจอหน้าจอตามด้านบน ให้ท่านหาช่องสมัครเพื่อทำการเดิมพัน และกรอกข้อมูลในการฝากและเบิกถอนเงิน

 

 ให้กดสมัครสมาชิกตามรูปด้านบน

3.กรอกข้อมูลตามที่กำหนด

 1.ให้กรอกเป็นภาษาอังกฤษ
2. จำนวนเงินฝากสูงสุด ให้เลือกเยอะ เพราะมันมีผลต่อเวลาเดิมพัน เนื่องจากทางเว๊บไซด์จะบล็อคไว้
3.ช่องรู้จัก ladbroke มาจากไหน รบกวนช่วยตอบมาจาก www.betting.in.th

4.วิธีการฝากถอน จะทำการฝากถอนผ่านบัตรเครดิต หรือ ตู้ ATM ก็ได้

 1.ผ่านบัญชีธนาคาร แบบนี้อธิบายไม่สะดวก ขึ้นอยู่กับเงื่อนกับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร
แนะนำให้โทรไปสอบถามที่บริษัทเขาเบอร์
001 800 8000 2828 ( โทรฟรีไม่เสียตังเพราะผมโทรบ่อย )
คนรับสายเป็นคนไทย
2.ผ่านบัตรเครดิต สะดวกรวดเร็ว
1.เวลาเดิมผันจะหักจากบัตร
2.เวลาได้สามารถถอนเข้าบัตร เครดิตได้เลยใช้ระยะเวลา 1 วันยกเว้น ศุกร์ เสาร์
3.ขึ้นอยู่กับบ้างบัตรอาจบล๊อคไม่สามารถฝากตรงได้ แต่สามารถโทรไปให้เขาฝากเงินได้
4.ไม่ต้องกลัวโกง ปลอดภัยสูงมาก และมากกว่าบางธนาคารในประเทศเราอีก

5.วิธีเล่นและเช็ควงเงิน

   รายรับรายจ่ายของเราดูว่าเราเล่นคู่ไหนแทงได้กี่บาท

การเลือกรูปแบบการเดิมพัน

 

1.แบบเลือก ชนะ เสมอ ชนะ
แบบนี้จะไม่เหมือนโต๊ะบ้านเรา เช่น บราซิล เจอ สเปน บราซิล ต่อ 1.5 แต่แบบนี้ จะเป็น

บราซิล 1.25  เสมอ 2.20 สเปน 3.50

เช่นคุณทาย บราซิลชนะ คุณแทง 100 บาท คุณจะได้เงิน 125 บาทรวมทุน
      คุณทาย คู่นี้เสมอ คุณแทง 100 บาท คุณจะได้เงิน 220  บาทรวมทุน
      คุณทาย คู่นี้สเปน คุณแทง 100 บาท คุณจะได้เงิน 350  บาทรวมทุน

*สามารถเลือกเป็นบอลชุดได้อีกด้วย*

2.แบบแฮนดิแคป หรือ ต่อลูก

 

 แบบนี้ก็เหมือนโต๊ะบอลบ้านเรา

บอลชุดสามารถเริ่มเล่นได้ตั้งแต่ 1 บาท

สนใจสมัครได้เลย

วางเดิมพันผ่านบัตรเครดิต คลิ๊กเลย

วางบอลผ่านเนต วางบอลออนไลน์

การสมัครเดิมพันกับ m88 ฝากเริ่มต้น 250 บาท

สมัครที่นี่

สมัครเดิมพันง่ายๆกับ M88 ท่านสามารถสมัครโดยคลิ๊กที่รูปภาพได้เลย

วิธีการสมัคร m88
 m88 เป็นเว๊บไซด์เดิมพันชั้นนำ โดยปัจจุบันเป็นสปอนเซอร์หลักติดหน้าอกทีม สปอร์ส ซึ่งเป็นที่นิยมศูงในปัจจุบัน โดยท่านสมัครง่ายตามนี้
1.สมัคร คลิ๊ก <—- เพื่อเข้าหน้าสมัคร
2.วิธีการสมัครโดยคลิ๊กคำว่า สมัครเดี๋ยวนี้ตามรูปด้านล่าง

3.กรอกข้อมูลส่วนตัวเช่น username / password email ตามรูปด้านล่าง

4.กรอกข้อมูลบัญชีสำหรับถอนกลับ ตามรูปด้านล่าง

5.หลังจากลงทะเบียนเสร็จจะพบกับหน้าการฝากเงิน


การฝากเงินทำได้หลายวิธีง่ายสุดคือการโอนเงินทางบัญชีธนาคาร ต่างๆที่ทาง m88 รองรับโดยมีธนาคารชั้นนำของไทย บริการ ท่านสามารถสอบถามเลขบัญชีจาก callcenter
086 0895885 ,086 0895995 * ก่อนท่านโทรสอบถามข้อมูลท่านจำเป็นต้องสมัครสมาชิกเสียก่อน

 หลังจากฝากเงินเสร็จท่านก็เพลิดเพลินกับการเดิมพันได้เลย

วิธีการเดิมพัน


 

สนใจสมัครแบนเนอร์ด้านล่างได้เลย ตอนนี้มีโปรโมชั้น โบนัสอีก 20%

คนกรุงใช้โทรศัพท์-อินเตอร์เน็ตเพิ่มเกือบ 20% ช่วงเทศกาลบอลโลก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยผลสำรวจ คนกรุงเทพมหานครช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก พบว่า มีการใช้โทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 20 โดยกลุ่มวัยรุ่นชายใช้โทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นจากช่วงปกติถึงร้อยละ 18 จากการพูดคุยกับเพื่อนเรื่องฟุตบอลโลกเป็นหลัก รวมทั้งติดตามรับข่าวสารความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับผลการแข่งขัน การเล่นพนัน และการส่งข้อความชิงโชค รวมทั้งการโอนเงินพนันด้วย

ส่วนการชมถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก แม้ประชาชนจะสามารถดูทางฟรีทีวีได้ แต่ในช่วงเวลา 18.00 น. เป็นเวลาการเดินทางกลับบ้าน ดังนั้น การติดตามความเคลื่อนไหวขณะแข่งขันด้วยการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านมือถือ จึงสามารถตอบสนองความต้องการเป็นอย่างดี ทำให้พบว่า คนกรุงเทพมหานครมีการใช้อินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 23

โคลเซหยามผู้ดีดวลจุดโทษอินทรเหล็กชนะแน่

เดอะซัน สื่อดังของอังกฤษ รายงานในวันนี้ว่า มิโรสลาฟ โคลเซ กองหน้าทีมชาติ ซึ่งโชว์ฟอร์มโขกไป 1 ประตู จากเกมที่ทีมอินทรีเหล็ก ถล่มออสเตรเลีย 4-0 ในการเตะนัดแรกของศึกฟุตบอลโลก 2010 ได้พูดถึงผลงานของทีมชาติอังกฤษ ที่ออกสตาร์ทได้ค่อนข้างฝืดว่า กำลังอยู่ในภาวะกดดัน ที่จะต้องเล่นกับแอลจีเรีย ในวันศุกร์นี้

นอกจากนี้ โคลเซ ยังได้ข่มขวัญทีมสิงโตคำรามที่อาจจะต้องโคจรมาพบกันในรอบน็อกเอาท์ว่า หากต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษกันอีกครั้ง ทีมอินทรีเหล็ก จะสามารถคว้าชัยชนะเหนืออังกฤษได้อย่างแน่นอน

“มันมีประวัติอยู่นะ แน่นอนเราเคยแพ้อังกฤษ 5-1 ในช่วงที่เราตกต่ำสุดๆ แต่เราก็เคยชนะอังกฤษทุกครั้งในการดวลจุดโทษที่ผ่านมา ในการแข่งขันฟุตบอลรายการใหญ่ ๆ ถ้าเจอกันเราจะชนะแน่นอน” โคลเซ กล่าว

อย่างไรก็ตาม โคลเซ ก็ทิ้งท้ายว่า ทีมชาติอังกฤษ นั้น มีขุมกำลังที่ค่อนข้างแข็งแกร่งและน่ากลัว ดังนั้นถ้าจะต้องเจอกับทีมสิงโตคำราม จริง ๆ ทีมของเราจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมด้วยเช่นกัน

ช็อกโลก!!! สเปน พ่าย สวิสฯ

ฟุตบอลโลก 2010 ที่สนามโมเซส มาบิดา สเตเดี้ยม เมืองดูร์บาน แอฟริกาใต้ นัดแรกในกลุ่ม เอช “เต็ง1″ สเปน พลิกล็อกถล่มทลาย พ่ายแพ้ให้กับ สวิตเซอร์แลนด์ 0-1 จากการยิงของ เกลสัน เฟร์นองเดส ในนาทีที่ 52 แม้ว่าตลอดทั้งเกม ขุนพลกระทิงดุจะพยายามเปิดเกมบุกเข้าใส่อย่างหนักก็ตาม

เฟเดอเรอร์-นาดาล’ลุ้นบอลโลก

โรเจอร์ เฟเดอเรอร์, ราฟาเอล นาดาล สองนักเทนนิสชื่อดังของโลก พร้อมด้วยอูเซนต์ โบลต์ ยอดลมกรดจาเมกา เกาะติดกระแสเวิลด์คัพฟีเวอร์ ที่แอฟริกาใต้เช่นกัน แม้เตรียมตัวแข่งรายการสำคัญ

เฟเดอเรอร์ยอดนักเทนนิสชาวสวิสกำลังเตรียมลงแข่งขันศึกวิมเบิลดัน แกรนด์สแลมที่ 3 ของปีในสัปดาห์หน้า แต่ก็ติดตามฟุตบอลโลก “ผมคิดว่ามันยอดเยี่ยมที่แอฟริกาใต้ได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ผมจำได้ตอนที่พวกเขาคว้าแชมป์รักบี้เวิลด์คัพปี 1995 ซึ่งเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ตอนนี้ผมหวังว่าสวิสจะทำได้ดี ดังนั้น ผมเชียร์ทั้งสวิตเซอร์แลนด์และแอฟริกาใต้”เฟดเอ็กซ์ซึ่งมีคุณแม่เป็นชาวแอฟริกาใต้กล่าว

ส่วนนาดาล ที่เพิ่งทวงมือ 1 จากเฟเดอเรอร์ เป็นแฟนตัวยงของทีมรีล มาดริด และส่งแรงใจเชียร์สเปนให้คว้าแชมป์โลกกลับมาให้ได้ “เรามีโอกาสที่จะคว้าแชมป์โลก แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ในเกมๆ เดียว สเปนมีทีมที่สุดยอด สมบูรณ์แบบตั้งแต่ผู้รักษาประตูไปจนถึงกองหน้า” นักหวดวัย 24 ปีกล่าวระหว่างกลับไปพักที่มายอร์ก้าบ้านเกิด

ขณะที่โบลต์เผยตนเอาใจเชียร์อาร์เจนตินาที่มีดาวดังอย่างลิโนเอล เมสซี่ ส่วนโคบี ไบรอันต์ นักยัดห่วงคนดังของทีมแอลเอ เลเกอร์ส หวังเห็นอิตาลีและบราซิลเป็นคู่ชิงฯ ในฟุตบอลโลกครั้งนี้

ส่วนผลเทนนิสเอทีพีทัวร์ รายการฮัลเล่ โอเพ่น ที่ประเทศเยอรมนี ในรอบชิงชนะเลิศ เมื่อ 13 มิ.ย. เลย์ตั้น ฮิววิตต์ จากออสเตรเลีย พลิกสถานการณ์เอาชนะโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ มือ1 ของรายการ 2-1 เซ็ต 3-6, 7-6(7/4), 6-4 คว้าแชมป์ไปครองถือเป็นการคว้าชัยเหนือเฟดเอ็กซ์เป็นครั้งแรกในรอบ 16 แมตช์ โดยครั้งหลังสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2003

ด้านหลี นา นักหวดมือ 1 จากจีน เอาชนะมาเรีย ชาราโปว่า จากรัสเซีย 2-0 เซ็ต 7-6, 6-1 พร้อมคว้าแชมป์เทนนิสดับเบิลยูทีเอทัวร์ รายการเอกอน คลาสสิค ที่เบอร์มิงแฮม

ฟุตบอลโลก 2010 ช่วยแอฟริกาใต้เฟื่องหรือฟุบ

วิกฤติการคลังของกรีซที่ปะทุให้เห็นตั้งแต่ต้นปีนี้จนกูรูเศรษฐกิจการเงินของไทยบางคนวิเคราะห์ไว้ว่าต้นตอวิกฤติแท้จริงมาจากฐานะการคลังของกรีซย้ำแย่มาตั้งแต่เป็นเจ้าภาพจังแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2547

ครั้งนั้นแม้กรีซประสบความสำเร็จมากในการเป็นเจ้าภาพ แต่กลับพบปัญหาใหญ่ฐานะการคลังทรุดลงแรง เพราะงบการเป็นเจ้าภาพมากเกินเป้าที่วางไว้หลายเท่าตัว คือ จากเดิมคาดว่าจะใช้เพียง 4.6 พันล้านยูโร แต่เอาเข้าจริงกลับใช้งบสูงถึงหมื่นล้นยูโร หรือ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็นการขาดดุลงบประมาณ 3.2% ของจีดีพี

โศกนาฎกรรมการเงินของกรีซ ทำให้กูรูต่างชาติหันไปดู “แอฟริกาใต้” ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 เพื่อให้ข้อมูลรอบด้านทั้งแง่บวกและลบจากข้อสงสัยที่ว่าการทุ่มงบมหาศาลจัดแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้อาจไม่ช่วยให้เศรษฐกิจแอฟริกาใต้เฟื่องฟูแต่กลับจะทรุดลงเช่นเดียวกับกรีซได้

ทั้งนี้ ลี แอนนี แบค ผู้อำนวยการ แกรนด์ ธอร์นตัน สตราเตจิค โซลูชั่นส์ เชื่อว่าฟุตบอลโลกน่าจะช่วยดึงเม็ดเงินเข้าแอฟริกาใต้ 7.6 พันล้านดอลลาร์และจากนี้ไปแอฟริกาใต้สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ครั้งใหญ่จากฟุตบอลโลกหลังจากเคยทำได้สำเร็จในการจัด”รักบี้ เวิลด์ คัพ” ในปี 2538 มาแล้ว

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาแอฟริกาใต้ทุ่มเทเต็มที่จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปีนี้ ด้วยการใช้งบมหาศาล และสูงเกินกว่าที่ตั้งไว้ถึง 4 เท่า ในการปรับปรุงสนามแข่งขันรองรับการแข่งขันฟุตบอลโลกโดยเฉพาะ

ขณะที่รอบ บาดี ที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจจาก ฮาร์ทแลนด์ อิสทิทิว ผู้เชี่ยวชาญศึกษาผลกระทบจากจัดการแข่งขัน เช่น เวิลด์คัพส์และโอลิมปิกเกมส์ เตือนว่าการคาดหวังให้ฟุตบอลโลก ทำเงินมหาศาลให้แอฟริกาใต้ ถือเป็นความเข้าใจผิดพลาดที่น่าเศร้าและเจ็บปวดใจ และแอฟริกาใต้ควรสนใจทุ่มงบมหาศาลต่อสุ้ความยากจน แก้ปัญหาผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังเพิ่มต่อเนื่องจะดีกว่า

“แอฟริกาใต้ต้องดูกรีซเป็นตัวอย่างในปี 2547 นักธุรกิจกรีกตื่นเต้นกับการเป็นเจ้าภาพ แต่ทุกวันนี้พวกเขารู้สึกตรงกันข้ามว่าการสร้างสาธารณูปโภคสำคัญรองรับการแข่งขันแท้จริงกลับสร้างความยุ่งยากไม่ได้ช่วยกิจกรรมทางเศรษฐกิจไหลเวียนปกติอย่างที่เคยเป็นมา”

ทุกวันนี้ นักธุรกิจกรีกเผชิญรายได้ลดลงต่อเนื่องถึง 90% หลังสิ้นสุดกีฬาโอลิมปิก ดังนั้น แอฟริกาใต้ต้องย้อนดูกรีซเป็นตัวอย่างว่ากิจกรรมเศรษฐกิจที่ไม่ราบรื่นหลังมหกรรมการแข่งขันกีฬาครั้งยิ่งใหญ่สิ้นสุดลงผลที่ตามมาอาจไม่ใช่แค่ต้นทุนทางธุรกิจหายไปเท่านั้น แต่เศรษฐกิจใหญ่อันดับ 1 ของทวีปแอฟริกา อาจทำตัวเองเป็นชนวนจุดวิกฤติการเงินการคลังให้กับภูมิภาคได้ในอนาคต

ท็อปเทนสตาร์บอลโลก10 ดาวเตะที่ต้องจับตามองบอลโลก 2010

ฟุตบอลโลกคือทัวร์นาเมนต์ ซึ่งอุดมไปด้วยพ่อค้าแข้งชั้นเซียนจากนานาชาติ และมีหลายคนที่ก้าวขึ้นมาแจ้งเกิดจากการแข่งขันรายการนี้ ในเวิลด์ คัพ 2010 ที่แอฟริกาใต้ ก็ไม่แตกต่าง โดยวันนี้เรามี 10 ยอดนักเตะ ซึ่งน่าจับตามองอย่างมากในฟุตบอลโลกที่กาฬทวีปมาแนะนำให้รู้จักกัน…

1. ลิโอเนล เมสซี

ลิโอเนล เมสซี ดาวยิงร่างจิ๋วบาร์เซโลนา คือนักเตะที่น่าจับตามองมากที่สุดในฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ ในระดับสโมสร เมสซี ประสบควทุกอย่าง เมื่อเขาคว้าแชมป์ ลา ลีกา กับ บาร์ซา มาแล้ว 4 สมัย (2005 ,2006, 2009,2010) โกปา เดล เรย์ 1 สมัย (2009) และแชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 2 สมัย (2006, 2009)เช่นเดียวกับเกียรติยศส่วนตัว ซึ่งซิวมาแล้วทั้งรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม บัลลง ดอร์ ของฟรองซ์ ฟุตบอล และรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสหพันธฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) อย่างไรก็ตาม แม้ เมสซี จะได้รับการยอมรับว่า เป็นสุดยอดนักเตะในยุคปัจจุบัน แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่สุดของที่สุด เนื่องจากเขายังไม่เคยประสบความสำเร็จในเวทีระดับชาติมาก่อนเลย เมสซี เคยผ่านสังเวียนฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มาแล้ว1 ครั้งในปี ค.ศ. 2006 ที่เยอรมนี แต่ก็พาอาร์เจนตินา ไปได้ไกลที่สุดเพียงรอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งโดน “อินทรีเหล็ก” สอยร่วงไม่เป็นท่า 4-2 อย่างไรก็ตาม สำหรับ เวิลด์ คัพฉบับแอฟริกัน เมสซี มาแบบสมบูรณ์พร้อมทั้งสภาพร่างกาย จิตใจ และฝีเท้าที่พัฒนาขึ้นมาจนเรียกได้ว่า กลายเป็นนักเตะที่มาจากนอกโลกไปแล้ว ด้วยเหตุนี้สายตาของคอลูกหนังทั่วโลกจึงกำลังจับจ้องมาที่ อัจฉริยะร่างจิ๋วรายนี้ว่า เขาจะสามารถระเบิดฟอร์มสุดยอดกับอาร์เจนตินา ได้เหมือนตอนโลดแล่นอยู่กับต้นสังกัด อย่าง บาร์เซโลนา หรือไม่ โดยถ้า เมสซีสามารถร่ายมนต์ลูกหนังได้เหมือนกับยามอยู่ต่อหน้าแฟนบอลอาซูลกรานาในสังเวียน คัมป์ นูแล้ว ถ้วยแชมป์โลกใบที่ 3 ที่ชาวอาร์เจนไตน์ทั้งประเทศเฝ้ารอมานานถึง 24 ปี ก็อาจจะถูกนำกลับไปยังนครบูโนสไอเรสในช่วงซัมเมอร์นี้เลยก็เป็นได้

2. คริสเตียโน โรนัลโด

คริสเตียโน โรนัลโด ปีกค่าตัวแพงที่สุดในโลก ของ รีล มาดริด คือนักเตะที่ขึ้นชื่อว่าสมบูรณ์แบบที่สุดคนหนึ่งเท่าที่โลกลูกหนังเคยมีมา เขามีทุกอย่างทั้งความแข็งแกร่งทางร่างกาย และจิตใจ เช่นเดียวกับเรื่องเทคนิค ซึ่งมีครบทั้งการผ่านบอล การกระชากลากเลื้อยและการยิงประตู ที่ทำได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นยิงไกล ชาร์จเผาขน การโหม่ง กระทั่งฟรีคิกและจุดโทษ โรนัลโด โด่งดังสุดขีดกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อเขาพา “ผีแดง” กวาดแชมป์ พรีเมียร์ลีก 3 สมัยซ้อน ระหว่างปี ค.ศ.2006-2008 โดยในปี ค.ศ. 2008 ซีอาร์ 9 ยังพา เรด เดวิลส์ ผงาดขึ้นครองเจ้ายุโรปได้ามสำเร็จมาแล้วอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมสร้างสถิติมหัศจรรย์กดไปถึง 42 ประตูรวมทุกรายการ โดยที่ไม่ได้เล่นในตำแหน่งกองหน้าด้วยซ้ำ ด้วยเสียงเพรียกของความฝันในวัยเยาว์ทำให้ โรนัลโด ตัดสินใจย้ายมาเล่นให้ รีล มาดริด ในฤดูกาลที่เพิ่งจบลงไปโดยถึงแม้ ปีกจอมสับ จะไม่สามารถพา “ราชันชุดขาว” ประสบความสำเร็จได้ดังที่แฟนบอลแชมป์ยุโรป 9 สมัยคาดหวัง แต่คงไม่มีใครตำหนิอะไรเขาได้ เมื่อเหลือบไปดูผลงานส่วนบุคคลที่เขาซัดให้ รีล ไปถึง 33 ประตูจาก 35 นัด กับซีซันแรกใน ซานติอาโก เบอร์นาบิวฟุตบอลโลกครั้งก่อนที่เยอรมนี โรนัลโด ซึ่งยังเป็นเพียงดาวรุ่งวัย 22 ปี พา โปรตุเกส ไปได้ไกลถึงรอบตัดเชือก ก่อนจะพ่ายให้ ฝรั่งเศส ไปอย่างน่าเสียดาย เช่นเดียวกับ เมสซี ใน เวิลด์คัพ ครั้งนี้ โรนัลโด กลับมาในฐานะนักเตะที่สมบูรณ์แบบขึ้นกว่าเดิมมาก การยิงประตูที่เคยถูกมองว่า เป็นจุดอ่อนเมื่อ 4 ปีก่อน บัดนี้กลายเป็นจุดแข็งโป๊กของเขาไปแล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งว่า หนูโด้ จะสามารถพาทัพลูกหนังฝอยทองไปได้ไกลแค่ไหนที่แอฟริกาใต้ และระหว่างเขากับ เมสซี ใครกันแน่ที่เป็นเบอร์ 1 ของโลกตัวจริง

3. ริคาร์โด กากา

ริคาร์โด กากา เพลย์เมคเกอร์รูปงามจาก รีล มาดริด คือคนที่แฟนบอลชาวบราซิเลียนฝากความหวังเอาไว้มากที่สุดในฟุตบอลโลก 2010 กากา เริ่มต้นชีวิตค้าแข้งกับ เซา เปาโล เมื่อปี ค.ศ. 2001 ก่อนจะฉายแววโรจน์จนถูก เอซี มิลาน คว้าตัวไปร่วมทัพเมื่อปี ค.ศ. 2003 ตลอดช่วงเวลา 6 ปีในถิ่นซาน ซิโร กากา พา มิลาน ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าแชมป์ กัลโช เซเรียอา ในฤดูกาล 2003/2004 และคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2006/2007 ซึ่งยังส่งให้เขากลายเป็นเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ และนักเตะยอดเยี่ยมของฟีฟ่าประจำปีค.ศ. 2007 อีกด้วย กากา ตัดสินใจย้ายมาอยู่กับ ราชันชุดขาว ในซีซัน 2009/2010 แต่ยังทำผลงานได้ไม่เข้าตานัก เนื่องจากถูกปัญหาบาดเจ็บเล่นงานแทบตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตามในช่วยปลายฤดูกาล จอมทัพหน้าหยก กลับมามีสภาพร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง และโอกาสในการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 6 ของขุนพลลูกหนังเมืองกาแฟ ก็ต้องขึ้นอยู่กับ กากาแล้วว่า จะสามารถกลับมาเป็นกากาคนเดิมเหมือนสมัยที่ยังลงเล่นในสีเสื้อ “ปิศาจแดงดำ” ได้หรือไม่

4. เฟอร์นานโด ตอร์เรส

เฟอร์นานโด ตอร์เรส คือ 1 ใน 2 เทพเจ้าลูกหนังของแฟนบอลลิเวอร์พูลในยุค2000 “เอล นินโญ” ได้รับการยกย่องอย่างมากว่า เป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก เขาก้าวเข้าสู่ถนนสายลูกหนังครั้งแรกกับ แอตเลติโก มาดริด เมื่อปี ค.ศ. 2001 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีม “ตราหมี” ตั้งแต่อายุเพียง 19 ปี อย่างไรก็ตาม ด้วยองค์ประกอบที่ไม่เอื้ออำนวยมากนักใน บิเซนเต กัลเดรอน ทำให้ ตอร์เรส ไม่อาจทะลุขึ้นสู่ชั้นเวิลด์คลาสได้ ปีค.ศ. 2007 หัวหอกหน้าหยก ตัดสินใจบอกลาแอตเลติโก และย้ายเข้าสู่ แอนฟิลด์ ซึ่งที่นี่เองที่ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์ได้อย่างเต็มตัวเมื่อเขาซัดไปถึง 33 ประตูในฤดูกาลแรกกับ “หงส์แดง” ปี ค.ศ. 2008 นับว่า เป็นปีทองของ ตอร์เรส อย่างแท้จริง เมื่อเขาพาสเปน คว้าแชมป์ระดับชาติได้เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 4 ทศวรรษใน ศึก ยูโร 2008 แถมยังเป็นผู้ยิงประตูชัยให้ “กระทิงดุ” เฉือนเยอรมนีในรอบชิงดำอีกด้วย ในฤดูกาล2009/10 ซึ่งเพิ่งปิดฉากลงไปนั้น ตอร์เรส ทำผลงานไม่เป็นชิ้นเป็นอันมากเนื่องจากถูกโรคเดี้ยงตามเล่นงานเป็นชุด อย่างไรก็ตาม แฟนบอลสแปนิชทั้งประเทศจะต้องสวดมนต์ภาวนาให้ ตอร์เรส กลับมาอยู่ในสภาพที่ฟิตสมบูรณ์สุดขีดใน ฟุตบอลโลก ที่แอฟริกาใต้ เพราะเขาคือกุญแจสำคัญที่จะพาทีมคนสู้วัวไปสู่ตำแหน่งแชมป์โลกสมัยแรกสมดังหวัง

5. เวย์น รูนีย์

เวย์น รูนีย์ หัวหอกร่างอวบจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือนักเตะที่คนอังกฤษเชื่อว่าจะสามารถพา “สิงโตคำราม” ไปสู่ตำแหน่งแชมป์โลกสมัยที่ 2 ได้สำเร็จใน เวิลด์ คัพ2010 ที่แอฟริกาใต้ หลัง หัวหอกผีแดง ระเบิดฟอร์มสุดยอดกระหน่ำไปถึง 34 ประตูรวมทุกรายการในซีซั่นที่ผ่านมา พร้อมคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของทั้งสมาคมนักเตะอาชีพและสมาคมนักข่าวของอังกฤษไปครองอย่างยิ่งใหญ่ จุดเด่นของ รูนีย์ อยู่ที่พละกำลังและความแข็งแกร่ง รวมถึงเทคนิค และความเร็วที่ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่าสุดยอดกองหน้าของโลกในยุคนี้คนไหนมากนัก ปัญหาเดียวที่ยังสร้างความกังวลใจให้กับ ฟาบิโอ คาเปลโล กุนซือทีมชาติอังกฤษ ในยามนี้ ก็คือสภาพความฟิตของ รูนีย์ ซึ่งร่างกายบอบช้ำไม่น้อยจากการกรำศึกหนักให้ “ปิศาจแดง” อย่างไรก็ตาม ถ้าดาวยิงพ่อลูกอ่อน ก้าวลงสนามใน ฟุตบอลโลก

ฉบับแอฟริกัน ด้วยความสมบูรณ์สุดขีด “ทรีไลออนส์” ก็น่าจะไปได้ไกลจนถึงรอบตัดเชือกได้เป็นอย่างน้อยเลยทีเดียว

6. อาร์เยน ร็อบเบน

หลังจากถูก รีล มาดริด เขี่ยทิ้งอย่างไม่ไยดี อาร์เยน ร็อบเบน ก็กลับมาพิสูจน์ถึง

ความเป็นอัจฉริยะลูกหนังได้อีกครั้ง ด้วยการพาต้นสังกัดใหม่ อย่าง บาเยิร์น มิวนิก ซิวดับเบิลแชมป์ บุนเดสลีกา และเยอรมัน คัพ ในฤดูกาลล่าสุด และมันเกือบจะกลายเป็นทริปเปิลแชมป์เลยด้วยซ้ำหาก “เสือใต้” ไม่พลาดท่าถูก อินเตอร์ มิลาน หักเขี้ยวในรอบชิงดำแชมเปี้ยนส์ ลีก เสียก่อน ร็อบเบน คือนักเตะระดับกระดูกสันหลังของ ฮอลแลนด์ เช่นเดียวกับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี และเวสลีย์ สไนจ์เดอร์แม้จะถูกค่อนขอดว่า เป็นฟุตบอลแบบชายเดี่ยว

แต่ถ้าให้เลือกทุกทีมก็น่าจะอยากมี ร็อบเบน อยู่กับตัวมากกว่าที่จะเห็นเขายืนอยู่ฝั่งตรงข้ามในวันที่ท็อปฟอร์ม ร็อบเบน คือนักเตะที่แทบจะหาใครมาหยุดไม่ได้เลย แถมยังสามารถทำประตูได้จากทุกระยะ ทุกองศาอีกด้วย

7. ฟรองค์ ริเบรี

นอกจาก ลิโอเนล เมสซี และคริสเตียโน โรนัลโด แล้ว ฟรองค์ ริเบรี คืออีกหนึ่งนักเตะที่ขึ้นชื่อว่า เป็นที่สุดของแจ้เช่นกัน ปีกทีม

ชาติฝรั่งเศส มีฝีเท้าน่ากลัวไม่แพ้ใบหน้าและเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่พา บาเยิร์น มิวนิกซิวดับเบิลแชมป์มาครองในฤดูกาลล่าสุด น่าเสียดายที่ “ไกเซอร์ฟรองค์” ถูกพิษใบแดงเล่นงานจนชวดลงสนามในนัดชิงดำ แชมเปี้ยนส์ลีก กับ อินเตอร์ มิลาน ไม่เช่นนั้น ดับเบิลแชมป์ของ “เสือใต้” อาจจะกลายเป็นทริปเปิลแชมป์ไปแล้วก็ได้ ริเบรี ผ่านฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้ว 1 สมัย เมื่อปี ค.ศ. 2006 ซึ่งขุนพล “ตราไก่” พ่าย อิตาลี ในรอบชิงชนะเลิศ และยังคงเป็นตัวความหวังของทีมเหมือนเดิมใน เวิลด์ คัพ ฉบับแอฟริกัน

8. ดิดิเยร์ ดร็อกบา

ดิดิเยร์ ดร็อกบา คือความหวังสูงสุดของ ไอวอรีโคสต์ ใน ฟุตบอลโลก 2010 กองหน้าจอมแกร่งจาก เชลซี กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มดีที่สุดในชีวิต หลังพา “สิงห์สำอาง” ฟาดดับเบิลแชมป์ พรีเมียร์ลีก และเอฟเอ คัพ มาครองอย่างยิ่งใหญ่ในฤดูกาลล่าสุด แถมตัวเองก็ครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุดของลีกอีกต่างหาก”เดอะ ดร็อก” อุดมไปด้วยความแข็งแกร่ง ยิงประตูได้อย่างเฉียบคม แถมยังมีทีเด็ดจากลูกตั้งเตะอีกต่างหาก ถ้าใน เวิลด์ คัพ ที่แอฟริกาใต้ หาก ดร็อกบา สามารถพา “ช้างดำ” ผ่านรอบแรก ซึ่งมีเพื่อนร่วมกลุ่มเขี้ยวลากดินอย่าง บราซิล โปรตุเกส และเกาหลีเหนือไปได้ โอกาสที่พวกเขาจะไปได้ไกลถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ก็นับว่า มีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

9. ดานิเอเล เด รอสซี

ถึงแม้จะเป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 2006 แต่โดยส่วนตัวแล้ว ดานิเอเล เด รอสซี มีความทรงจำที่ไม่ดีนักกับ เวิลด์ คัพ ที่เยอรมนี หลังไปออกลูกเกเรจนโดนตะเพิดออกจากสนามในเกมรอบแรก กับ สหรัฐ อย่างไรก็ตาม สำหรับฟุตบอลโลก ที่แอฟริกา เด รอสซี ยืนยันว่า จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยขึ้นอย่างแน่นอน เด รอสซี จัดเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางที่ดีที่สุดในโลกคนหนึ่ง หัวจิตหัวใจของเขาแข็งแกร่งเกินร้อย แถมยังจ่ายบอลได้อย่างชาญฉลาด และมีทีเด็ดจากการยิงจากแถว 2 ด้วยความยอดเยี่ยมอย่างที่กล่าวมา โรมา จึงหวง เด รอสซีราวกับไข่ในหิน และยืนกรานว่า จะไม่ยอมขายดาวเตะลูกหม้อรายนี้ ให้ใครแน่นอน โดยเฉพาะพ่อบุญทุ่มอย่าง รีล มาดริด

10. ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ

ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ คือเพชรเม็ดงามของวงการลูกหนังเม็กซิกันยุคปัจจุบัน เขาเริ่มต้นชีวิตค้าแข้งกับ ชีวาส กัวดาลายารา สโมสรยักษ์ใหญ่ในบ้านเกิด และทำผลงานได้ดีจนกระทั่งถูก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าตัวมาร่วมสังกัดเรียบร้อย การย้ายมาอยู่กับ “ปิศาจแดง” ทำให้ เอร์นานเดซ กลายเป็นนักเตะที่แฟนบอลทั้งโลกหันมาจับตามองทันที ในฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ ดาวยิงเจ้าของฉายา “ชิชาริโต้” หรือ “เจ้าถั่วลันเตาน้อย” ซึ่งมาจากดวงตาสีเขียวสดใส จะเป็นหนึ่งในขุนพลคนสำคัญของ เม็กซิโก และน่าจะมีลุ้นออกสตาร์ตเป็นตัวจริงไม่น้อย หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมอุ่นเครื่อง 2 นัดหลังสุดกับ ฮอลแลนด์ และแกมเบีย โดยซัดไปถึง 3 ตุงเน้น ๆ

คาเปลโล่”ตั้งเป้าคว้าแชมป์โลก “ทัพสิงโต”ถึงแอฟริกาใต้

ฟาบิโอ คาเปลโล่ นำทัพนักเตะ “สิงโตคำราม”อังกฤษ เดินทางถึงสนามบินทัมโบ อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์พอร์ต เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสฯ ที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเครื่องบินมาถึงเร็วกว่ากำหนด 30 นาที ก่อนที่ปีเตอร์ เคราช์ กองหน้าร่างโย่งจะนำทีมนักเตะชุดแรกประกอบด้วยแกเร็ธ แบร์รี่, สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด และแฟรงก์ แลมพาร์ด ลงรับแสงแดดยามเช้าในกรุงโจฮันเนสเบิร์ก ขณะที่เวย์น รูนีย์ ดาวยิงตัวเก่งลงมาเป็นกลุ่มสุดท้าย เพื่อเตรียมทำศึกฟุตบอลโลก 2010 ซึ่งอังกฤษอยู่กลุ่มซี ร่วมกับสหรัฐ, แอลจีเรีย และสโลวีเนีย มีโปรแกรมประเดิมสนามนัดแรกพบกับสหรัฐ ในวันที่ 12 มิ.ย.นี้

ด้านคาเปลโล่ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวสั้นๆ ว่า “ผมหวังว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้จะสร้างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่แก่แอฟริกาใต้ ประเทศเจ้าภาพเช่นเดียวกับทีมของผม ขอบคุณ เป็นเรื่องดีที่เราได้มาที่นี่” จากนั้นนำนักเตะขึ้นรถโค้ชไปยังฐานที่พักในเมืองรุสเทนเบิร์ก ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากโจฮันเนสเบิร์ก 2 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ก่อนเดินทางมายังแอฟริกาใต้คาเปลโล่ยืนยันจะอยู่คุมทีม “สิงโตคำราม” ต่อไปอีกจนจบศึกยูโร 2012 สยบข่าวลืออาจย้ายไปทำทีมให้อินเตอร์ มิลาน แชมป์ยูฟ่า แชม เปียนส์ลีกของอิตาลีแทนโฮเซ่ มูรินโญ่ ที่ย้ายไปคุมรีล มาดริด โดยมีการลงนามสัญญาใหม่ซึ่งยกเลิกเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาเดิมกับสมาคมฟุตบอลอังกฤษว่าทั้งสองฝ่ายสามารถแยกทางได้หลังจบฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ออกไป

“ผมมีความสุขมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ และอยากขอบคุณเซอร์เดวิด ริชาร์ดส์ และสมาคมฟุตบอลอังกฤษที่สนับสนุนและรับประกันอนาคตของผม ผมต้องการที่จะทำหน้าที่ครบตามสัญญาเสมอ และในแอฟริกาใต้เราจะทุ่มเทเต็มที่ให้กับบอลโลก”

ด้านริโอ เฟอร์ดินานด์ กองหลังกัปตันทีมอังกฤษ โวลั่นอังกฤษไม่กลัวคู่แข่งทีมใด มั่นใจชนะได้ทุกทีม เพื่อผ่านเข้าชิงชนะเลิศ และคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้มาครองให้ได้ “ต้องการเอาชนะทุกทีมที่เจอ เพื่อผ่านเข้าชิงฯ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะคว้าแชมป์” ริโอกล่าว

ขณะที่เดวิด เจมส์ ผู้รักษาประตูจอมเก๋ายืนยันตนพร้อมจะรับบทตัวสำรองในฟุตบอลโลกครั้งนี้หากช่วยให้ทีมชาติอังกฤษประสบความสำเร็จ ขณะเดียวกันเจมส์เชื่อว่าสิงโตคำรามได้รับประโยชน์จากการพูดแบบตรงไปตรงมาของคาเปลโล่ “เขาจะบอกคุณตรงๆ ว่ารู้สึกอย่างไร เขาทำให้ทุกอย่างกระจ่างเสมอ คุณจะไม่ต้องสงสัยเกี่ยวกับสถานการณ์ใดๆ เลย” เจมส์ระบุ

นอกจากนี้ นักเตะทีมชาติปารากวัยเดินทางมาถึงแอฟริกาใต้ในช่วงค่ำวันเดียวกัน

ทางด้านนักเตะทีมแอฟริกาใต้ เจ้าภาพเข้าเยี่ยมคารวะและขอพรจากนายเนลสัน แมนเดล่า อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ซึ่งจะมีอายุครบ 92 ปีในเดือนหน้า ก่อนลงเตะเปิดสนามฟุตบอลโลกในวันที่ 11 มิ.ย.นี้

กลุ่มเอช”กระทิงดุ”เต็งจ๋า-”ชิลี”แย่งโควตา”สวิส

กระทิงดุ”สเปน เจ้าของแชมป์ยุโรป ถือเป็นเต็งหนึ่งของกลุ่ม และไม่น่าจะมีการพลิกล็อกแต่อย่างใด ส่วนอีก 3 ทีม สวิตเซอร์แลนด์, ฮอนดูรัส และ ชิลี ต้องขับเคี่ยวกันอย่างหนักเพื่อลุ้นตั๋วเข้ารอบสอง ต่อไป…!!!

1.สเปน

โค้ช : บิเซนเต้ เดล บอสเก้ (สเปน)

ผ่านเข้ารอบในฐานะ : แชมป์กลุ่ม 5 โซนยุโรป

จำนวนครั้งที่ผ่านเข้ารอบ : 13 ครั้ง

ผลงานดีที่สุด : อันดับ 4 (1950)

“กระทิงดุ”สเปน ทีมอันดับสองของโลกไม่เคยสัมผัสถ้วยฟุตบอลโลกแม้สักครั้งเดียว เพราะแข้งสเปนมักจะโชว์ฟอร์มดีในรอบคัดเลือกและตกม้าตายในรอบสุดท้ายแทบทุกครั้ง รอบคัดเลือกสเปนชนะรวด 10 นัด ภายใต้การคุมทีมของบิเซนเต้ เดล บอสเก้ ที่มารับงานต่อจากหลุยส์ อราโกเนส เล่นบอลจังหวะเดียว ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์จุดเด่นของ”กระทิงดุ” มีสองกองหน้าระดับเวิลด์คลาส อย่างเฟอร์นันโด ตอร์เรส กับ ดาวิด บีญ่า ลงล่าตาข่าย ยิ่งน่ากลัว

ต้องจับตาดูว่าสเปนจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ จากหมูสนามจริง เป็นสิงห์สนามซ้อมได้หรือไม่

2.สวิส

โค้ช : อ๊อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ (เยอรมัน)

ผ่านเข้ารอบในฐานะ : แชมป์กลุ่ม 2 โซนยุโรป

จำนวนครั้งที่ผ่านเข้ารอบ : 9 ครั้ง

ผลงานดีที่สุด : รอบก่อนรองชนะเลิศ (1934, 1938, 1954)

กลับมาลุยบอลโลกได้อีกครั้ง ถือเป็นความสำเร็จครั้งที่ 9 ที่พวกเขาทำได้ ซึ่งต้องยกคุณงามความดีให้กับอ๊อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ ผู้ทำทีมคว้าอันดับหนึ่งในรอบคัดเลือก ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฉลุย และประกาศพร้อมเป็นทีมม้ามืดที่จะสอดแทรกเข้าอันดับลึกๆ โดยจะไม่ยอมจอดง่ายๆ เหมือนครั้งที่แล้ว ปี 2006 ที่ต้องตกรอบเพราะดวลจุดโทษแพ้ยูเครนอย่างน่าเสียดาย

นักเตะสายเลือดใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์และความสด เอเรน แดร์ดิย็อก และทรานควิลโล่ บาร์เน็ตต้า ลงเล่นร่วมกับตัวเก๋าประจำทีมอย่าง อเล็กซานเดอร์ ฟราย พวกเขาตั้งความหวังไว้ว่าจะสามารถผ่านเข้ารอบไปได้จนถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นขั้นต่ำ เหมือนดั่งที่เคยทำไว้เมื่อปี 1934, 1938 และ 1954

เป็นอีกทีมที่มีลุ้นผ่านเข้ารอบสอง..!!

3.ชิลี

โค้ช : มาร์เซโล่ บิเอลซ่า (อาร์เจนตินา)

ผ่านเข้ารอบในฐานะ : รองแชมป์โซนอเมริกาใต้

จำนวนครั้งที่ผ่านเข้ารอบ : 8 ครั้ง

ผลงานดีที่สุด : อันดับ 3 (1962)

ชิลีกลับมาเวทีฟุตบอลโลกอีกครั้งหลังจากหายไป 3 หน หรือ 12 ปี นับตั้งแต่ครั้งก่อนคือบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศส ซึ่งในยุคนั้นมีศูนย์หน้า อย่าง มาร์เซโล่ ซาลาส จับคู่กับ อิวาน ซาโมราโน่ สร้างชื่อเสียงให้กับทีมชาติอย่างยิ่ง ด้วยทักษะที่ค่อนข้างดี และการจบประตูในลักษณะที่เรียกได้ว่าคมกริบ ปัจจุบันแม้ทั้งคู่จะไม่ได้ลงเล่นแล้ว แต่ทีมเต็งแชมป์กลุ่มอย่างสเปน ก็ยังออกมายอมรับเลยว่าคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดในกลุ่มคือ ชิลี นี่เอง

ต้องดูว่า บิเอลซ่า โค้ชชาวอาร์เจนตินาผู้มากประสบการณ์จะพาชิลีไปไกลแค่ไหน???

4.ฮอนดูรัส

โค้ช : ไรนัลโด้ รูเอด้า (โคลัมเบีย)

ผ่านเข้ารอบในฐานะ : อันดับ 3 โซนคอนคาเคฟ

จำนวนครั้งที่ผ่านเข้ารอบ : 2 ครั้ง

ผลงานดีที่สุด : รอบแบ่งกลุ่ม (1982)

ฮอนดูรัส อีกหนึ่งทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ซึ่งเข้ามาเป็นครั้งที่ 2 แล้ว หลังจากห่างหายไปนานถึง 28 ปี ซึ่งนับเป็นความสำเร็จที่มาจากความสามารถของยอดโค้ชอย่างไรนัลโด้ รูเอด้า อย่างแท้จริง

นักเตะส่วนใหญ่เล่นในลีกชั้นนำ ฝากความหวังไว้ที่ ดาวิด ซัวโซ่ กองหน้ากายารี่ อยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 1999-2007 ลงเล่นให้กับทีมกว่า 250 นัด ซัดไปเกือบ 100 ประตู ปัจจุบันมีสัญญาอยู่กับทีมอินเตอร์ฯ โดยถูกปล่อยให้ทีมเบนฟิก้ายืมตัว นอกจากนี้มี วิลสัน ปาลาซิออส กองกลางจอมตัดเกมจากสเปอร์

พร้อมแล้วที่จะพิสูจน์ว่าพวกเขามีดีพอที่จะผ่านรอบสองต่อไป…

เยอรมันเปิดโผ 23 นักเตะ

ในจำนวนนักเตะที่คัดเลือกมา 23 คนนั้น 7 คนเพิ่งจะเล่นในทีมอายุต่ำกว่า 21 ปีเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ผู้รักษาประตูทั้ง 3 คน เคยลงเล่นให้ทีมชาติเพียงคนละ 8 นัดเท่านั้น

 

 สรุปรายชื่อนักเตะ 23 คน มีดังนี้

 ผู้รักษาประตูมานูเอล นอยเออร์ จากชาลเก้ ทิม วีเซอ จากเบรเมน ฮันส์ ยอร์ก บุตต์ จากบาเยิร์น

 

 กองหลัง : เดนนิส เอาโก จากฮัมบูร์ก เจโรม บัวเต็ง จากฮัมบูร์ก อาร์เน่ ฟรีดิช จากแฮร์ธ่า เบอร์ลิน ฟิลิป ลาห์ม จากบาเยิร์น เพอร์ แมร์เตซักเกอร์ จากเบรเมน มาร์เซล แยนเซน จากฮัมบูร์ก เซอร์ดาร์ ทาสชี จากสตุ๊ตการ์ต โฮลเกอร์ บาสตูเบอร์ จากบาเยิร์น

 

 กองกลาง : มาร์โก้ มาริน และ เมซุต โอซิล จากเบรเมน พิโอเตอร์ โทรชอฟสกี จากฮัมบูร์ก ซามี เคดิรา และ  โทนี่ ครูส จากเลเวอร์ คูเซน บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ จากบาเยิร์น

 

 กองหน้า : คาเคา จากสตุ๊ตการ์ต มาริโอ โกเมซ จากบาเยิร์น มิโรสลาฟ โคลเซ่ จากบาเยิร์น โธมัส มุลเลอร์ จากบาเยิร์น สเตฟาน คีสลิง จากเลเวอร์คูเซน และ ลูคัส โพโดลสกี้ จากโคโลญจน์

 

 โค้ช : โยอาคิม เลิฟ

 ผู้จัดการทีม : โอลิเวอร์ เบียร์ฮอฟ

กลุ่มจี กรุ๊ปออฟเดธ “แซมบ้า”แรง-โปรตุเกสแย่งไอวอรี่โคสต์

ถือว่าเป็นกรุ๊ปออฟเดธตัวจริงเสียงจริง เมื่อ “แซมบ้า”บราซิล แชมป์ 5 สมัย และเต็งหนึ่งของรายการต้องมาอยู่ร่วมสายกับ “ฝอยทอง”โปรตุเกส เจ้าของฉายาแซมบ้ายุโรป ไอวอรี่โคสต์ ทีมฟอร์มดีแห่งกาฬทวีปและ “โสมแดง”เกาหลีเหนือ น่าจับตาไม่น้อยว่าทีมใดจะผ่านเข้ารอบตามบราซิล…

1.บราซิล

โค้ช : คาร์ลอส ดุงก้า(บราซิล)

ผ่านเข้ารอบในฐานะ : แชมป์โซนอเมริกาใต้

จำนวนครั้งที่ผ่านเข้ารอบ : 19 ครั้ง

ผลงานดีที่สุด : แชมป์โลก (1958, 1962, 1970, 1994, 2002)

บราซิล แชมป์โลก 5 สมัยถือเป็นเต็งหนึ่งของรายการและกดดัน เป้าหมายมาเพื่อแชมป์อีกสมัย คนเป็นกุนซืออย่างดุงก้า ที่เล่นฟุตบอลโลกมา 3 ครั้ง ก็รู้แก่ใจเช่นกันว่า อะไรที่ไม่ใช่แชมป์จะถือว่าล้มเหลว….

แซมบ้าชุดนี้ขาดโรนัลดินโญ่ สตาร์อีกคนที่คาร์ลอส ดุงก้า โค้ชใหญ่เมินในฝีเท้า ทั้งที่บรรดาแฟนบอลพยายามเรียกร้องให้ดึง “เหยินน้อย” มาร่วมทีม แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะดุงก้ามั่นใจในนักเตะที่มีอยู่ในขณะนี้ว่าเจ๋งพอที่จะนำแซมบ้าคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 6 ได้ แซมบ้า มีนักเตะชั้นยอดมากมาย ทั้งกาก้า มิดฟิลด์ตัวเก่ง โรบินโญ่และหลุยส์ ฟาเบียโน่ เป้าหมายเป็นอื่นไม่ได้

มาที่นี่…ต้องแชมป์สถานเดียว…!!!

2.โปรตุเกส

โค้ช : คาร์รอส เคยรอช (โปรตุเกส)

ผ่านเข้ารอบในฐานะ : ผู้ชนะการเพลย์ออฟ

จำนวนที่ผ่านเข้ารอบ : 5 ครั้ง

ผลงานดีที่สุด : อันดับ 3 (1966)

เจ้าของฉายา “แซมบ้ายุโรป” 4 ปีก่อน สร้างเซอร์ไพรส์เล็กๆ ผ่านเข้าถึงรอบรองฯ ได้ ทว่าคราวนี้คงไม่ง่าย เพราะหน้าตาเปลี่ยนไปเยอะมาก กลุ่มนักเตะที่พีกเวลานั้นก็โรยรา ต้องถ่ายเลือดใหม่ ยุคนี้ใครๆ ก็ร้องหาคริสเตียโน่ โรนัลโด้ จนเจ้าตัวต้องออกมาปรามว่า ผมไม่ใช่ผู้วิเศษบันดาลได้ทุกอย่าง รวมไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกครั้งแรกให้กับทีมฝอยทองด้วย

ผลงานในรอบคัดเลือก ทำให้มีหลายฝ่ายตั้งคำถามว่า คาร์ลอส เคยรอช กุนซือเก่งจริงหรือเปล่า?

ฝอยทองชุดนี้หากผ่านรอบ 8 ทีมสุดท้ายก็เก่งแล้ว เพราะมีจุดอ่อนแยะ โดยเฉพาะเคยรอช…ถึงเวลาพิสูจน์ตัวเองแล้ว…!!!

3.ไอวอรีโคสต์

โค้ช : สเวน โกรัน อีริกส์สัน (สวีเดน)

ผ่านเข้ารอบในฐานะ : แชมป์กลุ่มอี โซนแอฟริกา

จำนวนครั้งที่ผ่านเข้ารอบ : 2 ครั้ง

ผลงานดีที่สุด : รอบแบ่งกลุ่ม (2006)

ทีมที่ดีที่สุดของกาฬทวีป ทำให้มีบัญญัติ ไตรยางค์ออกมา สเวน+ดร็อกบา เท่ากับความสำเร็จของไอวอรีโคสต์ เหตุผล เพราะพวกเขามีคุณสมบัติครบทั้งกุนซือดีและนักเตะดัง

อีริกส์สัน ประสบการณ์บอลโลกกับทีมชาติอังกฤษทำให้รู้ดีว่าควรหรือไม่ควรทำอะไรบ้างที่แอฟริกาใต้ โดยเฉพาะกับทีมชาติไอวอรีโคสต์ซึ่งอุดมด้วยนักเตะดีๆ มากมาย โคโล ตูเร่, เอ็มมานูเอล เอบูเอ้, ยาย่า ตูเร่, ดิดิเยร์ โซโกร่า, ซาโลมอน คาลู, อารูน่า ดินดาน และแน่นอนขาดไม่ได้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา กัปตันทีม ทั้ง หมดค้าแข้งในลีกดังของยุโรป และจะเป็นส่วนสำคัญพาทีมสู่ความสำเร็จในฟุตบอลโลกหนนี้

ไอวอรี่โคสต์แกร่งพอที่จะแย่งตั๋วอีกใบกับโปรตุเกส…

4.เกาหลีเหนือ

โค้ช : คิม จอง ฮุน (เกาหลีเหนือ)

ผ่านเข้ารอบในฐานะ : รองแชมป์ กลุ่ม บี โซนเอเชีย

จำนวนครั้งที่ผ่านเข้ารอบ : 2 ครั้ง

ผลงานดีที่สุด : รอบก่อนรองชนะเลิศ (1966)

ตำนาน “แจ๊กผู้ฆ่ายักษ์” ของวงการฟุตบอลโลก “โสมแดง”เกาหลีเหนือหวนคืนสู่เวทีที่พวกเขาได้สร้างชื่อไว้อีกครั้ง หลังสามารถเบียดแย่งที่ทีมยักษ์ใหญ่ของวงการฟุตบอลเอเชียอย่างอิหร่าน หรือซาอุดีอาระเบียมาได้ ย้อนไป 44 ปีที่แล้ว เมื่อพวกเขาเขี่ยอดีตแชมป์โลกอย่างอิตาลีตกรอบฟุตบอลโลกปี 1966 ที่อังกฤษ สร้างประวัติศาสตร์ให้วงการฟุตบอลเอเชียด้วยการเดินหน้าเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ชนิดที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ก่อนจะพ่ายโปรตุเกส ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย จนกระทั่งมาถึงยุคของคิม จอง-ฮุน โค้ชที่ฟิตเปรี๊ยะเรื่องระเบียบวินัย ใครจะมองว่าเขามาเพื่อหาประสบการณ์ แต่เชื่อว่าเกาหลีเหนือพร้อมที่จะสร้างเซอร์ไพรส์อีก…!!!